บทความน่ารู้

สอบบรรจุราชการ

สอบบรรจุราชการคืออะไร ? ต้องสอบอะไรบ้าง?

ราชการ” ถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน ข้าราชการถือเป็นฟันเฟืองที่สำคัญ ต่อการขับเคลื่อนของประเทศ ดังนั้นหลายคนจึงใฝ่ฝันที่จะสอบบรรจุราชการ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญหรือก็คือ ข้าราชการที่ทำงานอยู่ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ดังนั้นวันนี้เราจึงนำข้อมูลสอบบรรจุราชการคืออะไร ? สอบบรรจุราชการต้องสอบอะไรบ้าง? มาฝากกัน

เตรียมตัวสอบบรรจุราชการ

การสอบบรรจุราชการ คืออะไร


การสอบวัดความรู้เฉพาะในตำแหน่งนั้นๆ เช่น ตำแหน่งนักวิชาการเกษตร ก็ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเกษตร ตำแหน่งนิติกร ก็ต้องสอบความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย เป็นต้น และอาจจะมีการสอบปฏิบัติ หรือ การทดสอบร่างกายก็ได้ สำหรับข้าราชการ และบุคลากรของรัฐบางประเภท จะมีการบังคับต้องผ่านภาค ก. มาก่อน จึงจะมีสิทธิสมัครสอบภาค ข. และภาค ค.

การสอบบรรจุราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐบางประเภท จะมีการสอบอยู่ 3 ขั้นตอน ดังนี้

1.การสอบความรู้ความสามารถทั่วไป หรือที่เรียกกันว่าการสอบ ภาค ก.


จะเป็นการสอบวัดความสามารถทั่วไป โดยจะมีเนื้อหาที่ใช้ในการสอบ เช่น คณิต อนุกรม ตรรกะ อนุมาน ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เป็นต้น ทั้งนี้การสอบบรรจุราชการไทยนั้นก็มีหลายอยู่ประเภท เช่น ข้าราชการพลเรือนสามัญ ,ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ, ข้าราชการรัฐสภาสามัญ เป็นต้น โดยข้าราชการพลเรือนสามัญ และ ข้าราชการบางประเภท จะใช้ผลการสอบภาค ก. ของ ก.พ. หรือที่เรียกว่ากันว่า การสอบ ก.พ. แต่สำหรับการสอบบรรจุราชการครู , ข้าราชการกทม. และพนักงานรัฐวิสาหกิจ จะมีการสอบภาค ก. ของตนเอง ซึ่งอาจมีเนื้อหาข้อสอบเพิ่มเติมจากการสอบของ ก.พ. เช่น พ.ร.บ., ระเบียบ ขององค์กรนั้นๆ หรือความรู้เฉพาะอื่นๆ เป็นต้น

การสอบบรรจุราชการการเป็น ข้าราชการพลเรือนสามัญ (โดย99% จะต้องสอบผ่านภาค ก. ของ ก.พ. ) โดยในภาค ก. ของ ก.พ. คือ การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป จะมีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน คือ

เทคนิคสอบบรรจุราชการ

  • ภาค ก. ปกติ ประจำปี คือ ภาค ก. ที่จะทำการเปิดสอบเป็นประจำทุกปี ปีละครั้ง โดยจะมีการรับสมัครสอบทางอินเตอร์เน็ต ประมาณ ช่วงเดือนมีนาคม  และทำการสอบประมาณ กรกฎาคม – สิงหาคม  รวมถึงจะประกาศผลสอบ ในช่วง พฤศจิกายน
  • ภาค ก. พิเศษ หรือ ภาค ก. สำหรับส่วนราชการ คือภาค ก. ที่จะทำการเปิดสอบให้กับหน่วยงานราชการต่างๆเป็นการเฉพาะ โดยจะเริ่มจากหน่วยงานราชการนั้นๆ ที่ประกาศรับสมัครสอบภาค ข. โดยต้องเปิดรับสมัครผู้ที่ยังสอบไม่ผ่านภาค ก. ให้มีสิทธิเข้าสอบภาค ข. ด้วย และเมื่อผ่านภาค ข. แล้ว ผู้ที่ยังสอบไม่ผ่านภาค ก. จึงจะมีสิทธิสมัครสอบ ภาค ก. รอบพิเศษทีหลัง เช่น ในกรณีนี้ของกรมพินิจฯ ที่เปิดรับสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการเมื่อปลายปี 57 โดยเปิดรับทั้งคนที่ผ่าน ภาค ก. และ ยังไม่ผ่าน ภาค ก. ปกติ ซึ่งจะทำการสอบภาค ข. ของกรมพินิจก่อน และพอมีผู้สอบผ่านข้อเขียนภาค ข. ทางสำนักงาน ก.พ. ก็จะเปิดสอบภาค ก. พิเศษ ให้กับผู้สอบผ่านข้อเขียนใน ภาค ข.ของกรมพินิจ ที่ยังสอบไม่ผ่าน ภาค ก. ปกติแต่สำหรับคนที่ผ่าน ภาค ก. ปกติมาแล้ว ก็ไม่ต้องสอบ ภาค ก. พิเศษ อีก รอสัมภาษณ์ได้เลย ทั้งนี้ ภาค ก. รอบพิเศษจะสามารถนำผลไปใช้กับหน่วยงานราชการอื่นได้เหมือนภาค ก. ปกติ เพียงแต่จะไม่มีรอบการสอบซ่อมภาษาอังกฤษเท่านั้น

2. การสอบความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง หรือ ที่เรียกกันว่า การสอบ ภาค ข.


คือ การสอบวัดระดับความรู้เฉพาะตำแหน่งนั้นๆ เช่น ตำแหน่งนักวิชาการเกษตร ก็ความรู้เกี่ยวกับการเกษตร ,ตำแหน่งนิติกร ก็สอบความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย เป็นต้น และอาจจะมีการสอบปฏิบัติ หรือ ทดสอบร่างกาย ก็ได้ แต่สำหรับข้าราชการ และบุคลากรของรัฐบางระเภท จะบังคับต้องผ่านภาค ก. มาก่อนจึงจะมีสิทธิสมัครสอบภาค ข. หรือในบางหน่วยงานอาจจะจัดสอบพร้อมกันทั้ง ก. และ ข. ก็ได้โดยการสอบภาค ข. หน่วยงานของรัฐนั้น ๆ จะประกาศสอบออกมาต่างหาก

3. การสอบความเหมาะสมกับตำแหน่ง หรือ ที่เรียกว่า การสอบภาค ค. 


นั่นก็คือ การสอบสัมภาษณ์ ต้องสอบผ่าน ภาค ก. และ ข. หรือตามเงื่อนไขกำหนด มาก่อน จึงจะมีสิทธิสอบภาค ค. โดยในการสอบภาค ค. อาจจะมีทั้งสอบสัมภาษณ์อย่างเดียว หรือ จะมีการทดสอบอย่างอื่นเพิ่มเติมก็ได้ เช่น ทดสอบจิตวิทยา ทดสอบร่างกาย สอบปฏิบัติ หรือการทำกิจกรรมกลุ่ม เป็นต้น

การสอบบรรจุราชการนั้นจะมีประกาศรับสมัครสอบเรื่อย ๆ ตลอดทั้งปี โดยในแต่ละครั้ง ตำแหน่งที่รับสมัครสอบ หน่วยงานที่เปิดสอบ จะไม่แน่นอนต้องดูกันเป็นครั้งๆไป เว้นแต่การสอบบรรจุราชการบางหน่วยงาน บางตำแหน่งที่เปิดสอบเป็นวงรอบอยู่แล้ว หรือ บัญชีหมดอายุพอดี ก็ยังพอที่จะคาดเดาการเปิดรับสมัครสอบได้ เช่น นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร, นักวิชาการพัฒนาชุมชน, ปลัดอำเภอ เป็นต้น โดยผู้มีสิทธิสมัครสอบบรรจุราชการต่าง ๆ จะต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และไม่เกิน 59 ปี สำหรับข้าราชการฝ่ายพลเรือน สังกัด กระทรวง กรม ท้องถิ่น เป็นต้น จะไม่กำหนดอายุขั้นสูง ขอเพียงอายุยังไม่ครบ 60 ปีบริบูรณ์ ก็ยังสามารถสมัครได้ ส่วนข้าราชการทหาร, ตำรวจ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อาจกำหนดอายุขั้นสูงไว้ เช่น จะต้องมีอายุไม่เกิน 35 ปี ยกตัวอย่าง กรณี ผู้สมัครสอบตำรวจ ชั้นประทวนอายุต้องไม่เกิน 27 ปี, ชั้นสัญญาบัตรอายุต้องไม่เกิน 35 ปี เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ก็ความรู้เกี่ยวกับการสอบบรรจุราชการคืออะไร ? ต้องสอบอะไรบ้าง? หวังว่าจะทำให้เพื่อนๆทราบถึงการสอบบรรจุราชการมากยิ่งขึ้นนะคะ แต่ถ้าหากใครกำลังมองหาหนังสือสำหรับแนวการสอบบรรจุราชการ เราขอแนะนำ Brain media ให้บริการจำหน่ายหนังสือสอบราชการสำหรับการเตรียมตัวสอบเข้าบรรจุงานราชการ ตามหน่วยงานของประเทศไทย ที่มาพร้อมกับแนวข้อสอบเสมือนจริงมาพร้อมเฉลย เพื่อเตรียมตัวรับมือกับสนามสอบจริง และเพิ่มคะแนนให้ถึงเป้าหมาย สำหรับผู้ที่เคยสอบแล้ว แต่คะแนนยังไม่เป็นที่น่าพอใจ อีกทั้งยังมีหนังสือสอบที่ครอบคลุมหลากหลายหน่วยงานราชการ สนใจคลิกเลยที่เว็บไซต์  Brain Media

บทความอื่นๆ

สำหรับใครหลาย